WM ไพ่แบล็คแจ็ค เล่นสนุกทุกครั้ง เล่นกี่ทีก็เงินเต็มกระเป๋า

WM ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นเกมที่นักพนันคงรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เกมแบล็คแจ็คคือเกมไพ่ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของคาสิโนเลยก็ว่าได้  เกมแบล็คแจ็คเป็นเกมที่สามารถเล่นได้หลายๆคน เล่นได้มากสุดถึง 13 คนเลยก็ว่าได้ ทำให้เกิดความสนุกสนาน เพราะได้ร่วมกันลุ้นแต้มของไพ่ให้ชนะเจ้ามือ และ WM ไพ่แบล็คแจ็ค ยังเป็นอีกหนึ่งเกมที่เล่นง่าย ผู้เล่นสามารถทำความเข้าใจกับกฎกติกาได้ง่ายเป็นเกมที่ใช้เวลาในการเล่นไม่มากนัก ก็ทำให้รู้ผลแพ้ชนะแล้ว ยิ่งปัจจุบันเกมแบล็คแจ็คมาอยู่ในรูปแบบของคาสิโนออนไลน์WM ทำให้เราสามารถเข้าถึงเกมแบล็คแจ็คออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

วิธีการทำเงิน

WM ไพ่แบล็คแจ็ค
  • ขอไพ่เพิ่มก็ต่อเมื่อจำเป็น ให้สังเกตแต้มในมือ ถ้าหากไพ่ 2 ใบ แต้มรวมกันแล้วได้ น้อยกว่าหรือพอๆกับ 8 แต้ม ควรจะขอไพ่เพิ่มในทันที
  • เพิ่มเงินที่ใช้ในการเดิมพัน เมื่อมองเห็นโอกาสเมื่อไรที่ไพ่ 2 ใบ รวมกันได้ 9 แต้ม ผู้เล่นควรจะเพิ่มเงินที่ใช้ในการเดิมพันหรือดับเบิ้ลโดยทันที หรือแม้แต่เจ้ามือมีแต้มเพียงแค่ 3 – 6 แต้ม ก็ควรจะขอไพ่เพิ่มเช่นเดียวกัน
  • ดับเบิ้ล เมื่อได้แต้ม 10 – 11 ถ้าหาก 2 ใบแรก รวมแต้มได้ 10 หรือ 11 แต้ม ผู้เล่นควรจะดับเบิ้ล หรือ เจ้ามือมีแต้ม 2 – 10 ควรจะขอไพ่เพิ่มด้วยเหมือนกัน
  • เดินเกมให้เป็น เมื่อเจ้ามือได้แต้มอื่น มาถึงข้อนี้เชื่อว่านักเดิมพันจำนวนไม่น้อยคงจะมีความสามารถสำหรับการเล่นเกมนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าจะต้องรู้จักไพ่ในมือครบทุกแบบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากไพ่ในมือเรา มี 12 แต้ม หรือ 13 -16 แต้ม และเจ้ามือ มี 2 – 6 แต้ม ก็ให้ขอไพ่เพิ่ม แต่ว่าถ้าหาก 2 ใบแรกแต้มรวมได้ 17 – 21 ให้อยู่ นับได้ว่าเป็นแต้มที่ดีที่สุดแล้ว ให้หยุดจั่ว เพราะเสี่ยงแต้มเกิน 21 จัดว่าคุณจะแพ้เจ้ามือในทันที
  • วางแผนเดินเงินให้ดี การเล่นพนันแบล็คแจ็คอย่างฉลาดหลักแหลมให้มีผลกำไรWM ควรจะกำหนดแผนการเดินเงินให้ดีก่อนลงมือเล่น ไม่หุนหันพลันแล่นหรือรีบร้อน จะต้องวิเคราะห์เหตุการณ์ให้เป็น
  • ไม่ควรแยกไพ่หลายคู่มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไพ่คู่ 6 และ ไพ่คู่ 10 ไม่สมควรแยกไพ่อย่างมาก ด้วยเหตุว่ามีโอกาสเสียหรือแพ้เกมพนันWM ยิ่งขึ้น Split เสียเปรียบแน่นอนและเสี่ยงมากที่จะได้แต้มเกิน 21

ไพ่แบล็คแจ็คนับแต้มอย่างไร

  • WM ไพ่แบล็คแจ็ค แต้มหน้าไพ่ เป็น A (Ace, เอช) มีค่า 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับหน้าไพ่ เช่น มี A, 9 ในมือมีค่า 10/20 เป็นต้น
  • หน้าไพ่ เป็น 2-10 มีคะแนน ตามหน้าไพ่
  • ไพ่ J (แจ็ค), Q (ควีน, แหม่ม), K (คิง) มีค่าเท่ากับ 10
  • ตัวเลขต่างๆ เช่น 2,3,4 ไปจนถึง 10 นับแต้มตามตัวเลข ตัวอักษรภาษาอังกฤษ J,Q,K นับเป็น 10 แต้ม A นับเป็น 11 แต้ม หรือจะนับเป็น 1 แต้มก็ได้แล้วแต่สถานการณ์ โดยเราสามารถเลือกได้เอง เช่นเมื่อได้ไพ่KกับAเราจะให้Aเท่ากับ 11 แต้ม เพื่อรวมกับ K จะได้ครบ 21 แต้มพอดีหรือได้ไพ่9กับ5กับ4และA เราจะให้Aแทน 1 แต้ม เมื่อรวมกันจะได้ 20 แต้ม

อัตราการจ่าย

  • ถ้าชนะด้วยแต้มปกติ อัตราการจ่ายเงินที่ 1:1
  • ถ้าชนะด้วยแบล็คแจ็ค(ได้ 21 แต้ม) อัตราการจ่ายเงินที่ 3:2
  • หลักประกัน คือ ถ้าเจ้ามือมีไพ่ A (Ace ใบที่หงายใบแรก) ผู้เล่นสามารถที่จะทำประกันได้ด้วยการวางเงินเดิมพันWMอีกเท่าตัว เมื่อเปิดไพ่เจ้ามือเป็นแบล็คแจ็ค ก็จะได้รับเงินรางวัลWMที่มีอัตราการจ่ายเงินที่ 2:1 แต่ถ้าไม่ได้แบล็คแจ็ค(21 แต้ม) ต้องเสียเงินที่ประกันไว้ทั้งหมด
This image has an empty alt attribute; its file name is ปุ่ม-5.png